Dhammadrops FaceBook
Home About us News Member Webboard Contact us
หัวข้อข่าว : “คอร์สล้างพิษลำไส้ ตับ และถุงน้ำดี”
วันที่ : 23 มีนาคม 2012
รายละเอียด :

รู้จักการล้างพิษลำไส้ ตับ และถุงน้ำดี


 

          ตับของเราเสมือนมหานครขนาดใหญ่ที่ต้องมีระบบการจัดการหมุนเวียนอย่างดีเพื่อประโยชน์สุขของพลเมือง โดยมีหน้าที่หลักสำคัญคือช่วยทำความสะอาดระบบอวัยวะทุกระบบของร่างกาย ช่วยระบายสารพิษที่ร่างกายได้รับเข้าไปจาก อากาศ อาหาร ฯลฯ และยังคอยเก็บเอาสารอาหารที่ส่งมากับเส้นเลือดแดงเอาไปสังเคราะห์เป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการใช้ และลำเลียงไปให้กับเซลล์อีก ๖ หมื่นถึง หนึ่งแสนล้านเซลล์ทั่วร่างกาย  นอกจากนั้นยังเป็ฯเสมือนโรงงานกำจัดขยะ ที่คอยสลายพิษ เช่น พิษของแอลกฮอลล์ ฮอร์โมนที่ใช้แล้ว เคมี และยาที่เรารับเข้าไปในร่างกายจากทุกทาง
 

          ลองจินตนาการดูว่าแม้ในคนที่ยังไม่ป่วยเป็นโรคอะไร หากตับเกิดมีปัญหาไม่สามารถขับสารพิษและสังเคราะห์สารอาหารได้อีกต่อไป โรคภัยก็คงจะถามหาในไม่ช้า และยิ่งในผู้ป่วยที่มีพิษสะสมอยู่ในร่างกายแล้ว หากไม่ระบายสารพิษออกจากตับ ยิ่งก่อให้เกิดปัญหาทางสุขภาพอื่นๆ ตามมา

          การล้างพิษลำไส้ ตับ และถุงน้ำดี เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมที่มีรากฐานมาจากตะวันตก ซึ่งในคนทั่วไปสามารถล้างพิษตับได้อย่างน้อยปีละ ๒ ครั้ง ซึ่งเมื่อระบบระบายสารพิษในร่างกายทำงานได้ดีแล้ว ก็จะส่งผลให้อวัยวะอื่นๆ ในร่างกายทำงานได้เต็มสมรรถนะยิ่งขึ้น และยังมีผลช่วยป้องกันรักษาโรคต่างๆ หลายโรค เช่น ไขมันในเลือดสูง ไขมันพอกตับ ตับอักเสบ นิ่วในท่อน้ำดีและนิ่วในถุงน้ำดี มะเร็งตับและมะเร็งถุงน้ำดี  ภาวะเบื่ออาหาร ภาวะกินจุ ระบบย่อยผิดปกติ กรดใหลย้อน (GERT) ท้องเสีย ท้องผูก ริดสีดวงทวาร หายใจไม่อิ่ม ตับแข็ง คอเรสเตอรอลสูง โรคหัวใจ ตับอ่อนอักเสบ แผลในกระเพาะและลำไส้ โรคระบบสมองและประสาท คลื่นไส้อาเจียน โรคต่อมลูกหมาก โรคทางเดินปัสสาวะ ฮอร์โมนไม่สม่ำเสมอ ภาวะซึมเศร้า ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ภาวะใกล้หมดประจำเดือน ปัญหาเกี่ยวกับสายตา โรคผิวหนัง มึนหัว กล้ามเนื้ออ่อนแรง อ้วนง่าย กล้ามเนื้ออักเสบ เก๊าต์ หอบหืด ปวดข้อและข้ออักเสบ อัลไซเมอร์ นอนไม่หลับ กลิ่นตัวแรง ร้อนวูบวาบตามตัว อ่อนเพลียเรื้อรัง ปวดหลัง ภูมิแพ้เป็นต้น

          กระบวนการที่ใช้ในคอร์สล้างพิษลำไส้ ตับ และถุงน้ำดีนั้นเป็นการออกแบบกระบวนการล้างพิษที่แตกต่างจากการคอร์สล้างพิษอื่นๆ คือเน้นที่การรักษา และกระบวนการที่ถูกออกแบบขึ้นเพื่อดูแล ๓ ฐานสำคัญของร่างกาย อันได้แก่ ร่างกาย จิตใจ และความคิด โดยผสานองค์ความรู้แพทย์ทางเลือกอย่างหลากหลาย เช่น การแพทย์แผนทิเบต การแพทย์แผนไทย การแพทย์แผนจีน อายุรเวช การฝึกลมปราณเพื่อล้างพิษ ฯลฯ และมีการจัดกระบวนการเพื่อการดูแลจิตใจ รวมถึงมีผู้เชี่ยวชาญแพทย์ทางเลือกคอยดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งมีการรักษาเยียวยาอาการต่างๆ ที่สั่งสมมาจากการใช้ชีวิตประจำวัน อาทิ การนวดกดจุด การกัวซา การฝังเข็ม การครอบถ้วย สมุนไพรประคบจุด การบำบัดรักษาแบบธิเบต การย่างไฟ  การแช่เหล้า ฯลฯ ซึ่งผู้เข้าร่วมทุกคนจะได้รับบริการดังกล่าวโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม

 

การเตรียมตัวก่อนเข้าสู่การล้างพิษลำไส้ ตับ และถุงน้ำดี

           เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการล้างพิษลำไส้ ตับ และถุงน้ำดีนั้น หากสามารถเตรียมตัว เตรียมใจให้สบายก่อนเข้ารับการอบรมได้ก็จะทำให้เกิดประโยชน์ต่อการล้างพิษ

  1. ก่อนล้างพิษฯ ๒-๕ วัน หากสามารถรับประทานแอปเปิลเขียว (แอปเปิลเขียวจะดีที่สุด) หรือแอปเปิลแดง (หรือใช้มะละกอห่าม ๑ ลูก หรือสับปะรด ๑ ลูกก็ได้) อย่างน้อยวันละ ๒-๖ ลูก หรือน้ำแอปเปิลคั้นสด  ๖ ลูก โดยใช้เครื่องแยกกาก หรือเครื่องปั่น (ไม่ควรดื่มน้ำแอปเปิลบรรจุขวด) หรือดื่มน้ำส้มสายชูหมักแอปเปิล (Apple Cider) ๑ ช้อนชา ผสมน้ำ ดื่มเช้าเย็น อย่างใดอย่างหนึ่งได้ ก็จะทำให้การล้างพิษมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เนื่องจากแอปเปิลมีกรดมาลิก (Malic acid) ที่จะทำให้นิ่วในตับและท่อน้ำดีอ่อนตัวลงสามารถขับสารพิษได้ง่ายขึ้น การดื่มน้ำแอปเปิลควรจิบไปเรื่อยๆ ตลอดทั้งวัน โดยพยายามหลีกเลี่ยงการดื่มระหว่างมื้ออาหาร
  2. ก่อนการล้างพิษ ๓ วัน ควรรับประทานอาหารอ่อนๆ ย่อยง่ายๆ เช่น ข้าวต้ม แกงจืด ผักลวกจิ้มน้ำพริก เพื่อเป็นการเตรียมร่างกายเข้าสู่การล้างพิษหลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มฤทธิ์เย็น เช่น น้ำย่านาง เพราะจะทำให้ตับลดประสิทธิภาพในการขับพิษ
  3. ภายในช่วงของการเตรียมตัวนี้หากสามารถลดการบริโภคเนื้อสัตว์ นมและผลิตภัณฑ์นม อาหารปิ้งย่างทอดได้ ก็จะช่วยลดภาระของตับ ทำให้ตับได้เตรียมตัวเข้าสู่การล้างพิษได้เป็นอย่างดี(อาหารมังสวิรัติเป็นอาหารที่เหมาะสมสำหรับการเตรียมตัวล้างพิษได้ดีที่สุด)
  4. ควรนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ หรือนอนก่อนสามทุ่ม เพราะการนอนหลับเป็นวิธีการดูแลตับอย่างดีที่สุด
  5. เตรียมตัว เตรียมใจให้สบายผ่อนคลาย ไม่จำเป็นต้องเคร่งครัดกับการเตรียมตัวหรือการล้างพิษจนเคร่งเครียด

หมายเหตุ:การเตรียมร่างกายดังที่กล่าวมาข้างต้นนั้น เป็นการเตรียมร่างกายเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการล้างพิษ แต่หากไม่สามารถปฏิบัติตามได้ การล้างพิษก็ยังคงมีประสิทธิภาพอยู่

 

 

ตารางกิจกรรม “คอร์สล้างพิษลำไส้ ตับ และถุงน้ำดี”

วันเตรียมร่างกาย: (งดอาหาร วันนี้จะเป็นวันงดอาหารแข็ง และทานอาหารย่อยง่ายที่มีเตรียมไว้ให้ค่ะ)


๐๘.๐๐ น.    ลงทะเบียน /ตรวจร่างกายทั่วไป/
                  ออยล์พูลลิ่ง (oil pulling) ประมาณ ๒๐ นาที (ห้ามรับประทาน) /
                  ดื่มชาข้าวเปลือก และ/หรือ น้ำอัลคาไลน์อย่างน้อย๑-๒ แก้ว
๐๙.๐๐ น.    ดื่มสมุนไพรล้างพิษ ๑ แก้ว
๐๙.๑๕ น.    เช็คอิน (Check-In) แนะนำตัวและทำความรู้จักกัน
                  ทำความเข้าใจเรื่อง 
                   • “การล้างพิษตับและถุงน้ำดี”
                   • แนะนำวิธีปฏิบัติตัวระหว่างคอร์สล้างพิษ
                   • การล้างพิษลำไส้ใหญ่ (Detox) 
๑๒.๐๐ น.    ดื่มสมุนไพรล้างพิษ ๑ แก้ว
๑๒.๑๕ น.   พักผ่อนตามอัธยาศัย
๑๓.๐๐ น.    ผ่อนพักตระหนักรู้
๑๓.๓๐ น.    เรียนรู้วิธีการ “เอาพิษออก” ด้วยวิธีการต่างๆ และการดูแลตัวเองด้วยการกัวซา
๑๔.๓๐ น.     เข้าฐานการเรียนรู้ “บำบัดกาย บำรุงใจ”การดูแลสุขภาพด้วยตนเอง
                   • แช่มือ แช่เท้า (ประมาณ ๓๐ นาที) /พอกหน้า
                   • นวดตัว
                   • ย่างไฟ/แช่เหล้า
                   • กัวซา
                   • จัดกระดูก
                   • ล้างพิษลำไส้ใหญ่ (Detox)
(การเข้าฐานการเรียนรู้ต่างๆ ขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละคน ไม่จำเป็นต้องครบทุกฐาน และรายการอาจปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมของผู้เข้าร่วม)
๑๕.๐๐ น.      ดื่มสมุนไพรล้างพิษ ๑ แก้ว
๑๕.๑๕ น.      เข้าฐานการเรียนรู้ (ต่อ)
๑๖.๐๐ น.      เดินออกกำลังกายด้วยกัน/
ฝึกลมปราณเพื่อล้างพิษ ปรับสมดุลไขกระดูกและเส้นเอ็น ด้วยชี่กงหรือมวยจีน
๑๗.๐๐ น.     สะท้อนการเรียนรู้
๑๘.๐๐ น.      เดินทางกลับบ้าน

 

วันล้างพิษ


๐๘.๐๐ น.   ทำออยล์พูลลิ่ง (Oil pulling) ประมาณ ๒๐ นาที (ห้ามรับประทาน)
                 วัดค่าความเป็นกรด-ด่างในน้ำลาย /
                 ดื่มชาข้าวเปลือก หรือน้ำอัลคาไลน์ให้ได้อย่างน้อยคนละ ๑-๒ แก้ว/
                 เช็คอิน (Check-in)
๐๙.๐๐ น.   ดื่มสมุนไพรล้างพิษ ๑ แก้ว
๐๙.๑๕ น.   เรียนรู้เรื่อง
                 • “ปัญญา ๓ ฐาน”
                 • “ธาตุทั้ง ๕ ในร่างกาย” (ความสัมพันธ์ระหว่างโลกและมนุษย์)
                 • โหมดปกติ-โหมดปกป้อง
                 • การสร้างสมดุลร่างกาย
๑๒.๐๐ น.  พักผ่อนตามอัธยาศัย
๑๓.๐๐ น.  ผ่อนพักตระหนักรู้
๑๓.๓๐ น.  แช่มือ แช่เท้า(ประมาณ ๓๐ นาที)
๑๔.๐๐ น.   ดื่มน้ำสับปะรดคั้นสด หรือน้ำมะละกอห่าม คนละ ๒ แก้ว ช่วยให้ขับสิ่งตกค้างในตับและถุงน้ำดีได้ดีขึ้น
๑๔.๑๕ น.   ทำดีทอกซ์ (Detox) สวนล้างลำไส้ให้ได้อย่างน้อย ๒ ครั้ง หรือจนกว่าจะถ่ายออกมาเป็นน้ำไม่มีเศษอาหารตกค้าง(สลับกันทำได้เรื่อยๆ ก่อน ๖ โมงเย็น)
๑๔.๓๐ น.   เข้าฐานการเรียนรู้ “บำบัดกาย บำรุงใจ”การดูแลสุขภาพด้วยตนเอง
                 • นวดตัว
                 • ย่างไฟ/ แช่เหล้า
                 • กัวซา
                 • จัดกระดูก
                 • ล้างพิษลำไส้ใหญ่ (Detox)
(การเข้าฐานการเรียนรู้ต่างๆ ขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละคน ไม่จำเป็นต้องครบทุกฐาน และรายการอาจปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมของผู้เข้าร่วม)
๑๖.๐๐ น.   เดินออกกำลังกายร่วมกัน/
 ฝึกลมปราณเพื่อล้างพิษ ปรับสมดุลไขกระดูกและเส้นเอ็น ด้วยชี่กงหรือมวยจีน
๑๗.๐๐ น.  บรรยายเรื่อง “อาหารสร้างสมดุล” โดยหมอแก้ว
๑๗.๔๕ น.  ช่วยกันเตรียมดีเกลือ
๑๘.๐๐ น.   ดื่มดีเกลือ ครั้งที่ ๑(หลังดื่มดีเกลือห้ามดื่มน้ำเป็นเวลา ๓๐ นาที)
๑๘.๑๕ น.   พักผ่อนตามอัธยาศัย/ ทำธุระส่วนตัว / อาบน้ำ
๑๙.๐๐ น.   ช่วยกันเตรียมมะนาว และน้ำมันมะกอก
๒๐.๐๐ น.    ดื่มดีเกลือครั้งที่ ๒ (หลังดื่มดีเกลือห้ามดื่มน้ำเป็นเวลา ๓๐ นาที)
๒๐.๑๕ น.    “สุนทรียสนทนา : ถาม-ตอบหรือแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านสุขภาพ”
๒๒.๐๐ น.    ดื่มน้ำมันมะกอกผสมมะนาว ๓๐๐ ซีซี
๒๒.๓๐ น.   พักผ่อนเอนกายโดยนอนตะแคงขวา หรือนอนหงายศีรษะสูง
 (การจัดที่พักเป็นการนอนร่วมกันอย่างง่ายๆ เพื่อให้สามารถดูแลกันได้อย่างทั่วถึง จึงอยากให้นำหมอนและผ้าห่ม หรือเครื่องนอนสบายๆ มาในวันนี้ด้วยค่ะ หากท่านใดต้องการเดินทางกลับไปพักที่บ้านจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินกำลังของตน และรับดีเกลือ และถังเก็บของเสียกลับบ้าน)
๐๒.๐๐ น.      หากมีการขับถ่ายของเสียตามธรรมชาติให้เริ่มเก็บไว้ในถังเรื่อยๆ

 

วันฟื้นฟู


ในวันนี้หัวใจสำคัญคือการสวนล้างลำไส้ใหญ่และการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย ควรทำดีทอกซ์ (สวนล้างลำไส้ใหญ่) ให้ได้มากที่สุด และเก็บของเสียเอาไว้ในถังเรื่อยๆ

๐๖.๐๐ น.   oil pullingออยล์พูลลิ่ง ประมาณ ๒๐ นาที (ห้ามรับประทาน)
                 ดื่มดีเกลือครั้งที่ ๓(หลังดื่มดีเกลือห้ามดื่มน้ำเป็นเวลา ๓๐ นาที)
๐๗.๐๐ น.  ทำธุระส่วนตัว (สำหรับท่านที่นอนค้าง)
๐๘.๐๐ น.   ดื่มดีเกลือครั้งที่ ๔(หลังดื่มดีเกลือห้ามดื่มน้ำเป็นเวลา ๓๐ นาที)
๐๘.๑๕ น.  เดินออกกำลังกายร่วมกัน
                ฝึกลมปราณเพื่อล้างพิษ/ ยืดเส้นเอ็น /ผ่อนคลายร่างกาย
                (หากรู้สึกผะอืดผะอมให้ทำดีทอกซ์)/
                ช่วยกันเตรียมอาหาร
๑๐.๐๐ น.   แช่มือ – แช่เท้า (ประมาณ ๓๐ นาที)
๑๐.๓๐ น.  รับประทานอาหารอ่อนๆ ที่ย่อยง่าย ทานครั้งละน้อยๆ แต่บ่อยๆ
๑๑.๓๐ น.  เรียนรู้สุขภาพของตนเองจากการพิจารณาของเสียจากร่างกาย
๑๒.๓๐ น.  สรุปการเข้าคอร์สแนะนำแนวทางการดูแลร่างกาย และการปฏิบัติตัวหลังจาก
   การล้างพิษ
๑๔.๐๐ น.   แยกย้ายกันกลับบ้าน

หมายเหตุ: กิจกรรมสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามวิจารณญาณของแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ

 

ลักษณะของพิษที่ออกจากตับ ตับอ่อน และถุงน้ำดี

           ช่วงเช้าของวันที่ ๓ ของการล้างพิษจะมีการขับถ่ายเอาพิษที่อยู่ในร่างกายออกมา โดยแบ่งเป็น
          ระยะแรก : เป็นกากอาหารปนกับนิ่ว
          ระยะที่สอง: เป็นนิ่วปนมากับน้ำ ซึ่งมีลักษณะเป็นก้อน บางก้อนอาจเป็นสีเขียวๆ มีขนาดประมาณ ๔มม. ไปจนถึงเกือบ ๑ซ.ม. โดยแบ่งออกเป็น

  1. ลอยอยู่ข้างบน คือ ไขมันจากตับ และนิ่วจากถุงน้ำดี ไขมันจากตับจะมีสีเหลือง สีเขียว และสีดำ ก้อนขรุขระหรือเป็นน้ำสีดำ สีเหลือง สีเทา มันติดมือ ล้างไม่ออก ต้องใช้น้ำยาล้างจานหรือสบู่หลายครั้ง
  2.  นิ่วจากถุงน้ำดี จะมีสีเขียว เหลือง ดำ ก้อนค่อนข้างกลมบางก้อนบี้ดูจะเห็นว่าเป็นสีเขียวมรกตใส ซึ่งสีเกิดจากน้ำดีในตับนั่นเองหรือบางก้อนอาจมีสี้น้ำตาลแดง และสีขาว ซึ่งเป็นนิ่วเก่าที่มีแคลเซียมไปหุ้มรอบ
  3. ฝ้าขาวๆ ลอยอยู่เหนือน้ำ หรือเป็นฟองๆ เป็นผลึกของคอเลสเตอรอล
  4.  ลอยอยู่ตรงกลาง คือ เซลล์ที่มีลักษณะคล้ายเซลล์มะเร็ง คล้ายเห็ดหูหนูขาว
  5. อยู่ล่างสุด คือ เม็ดเลือดแดงที่หมดอายุ


การปฏิบัติตัวหลังจากล้างพิษลำไส้ ตับ และถุงน้ำดี


           หลังล้างพิษลำไส้ ตับ และถุงน้ำดีอาจจะมีอาการอ่อนเพลีย ซึ่งเป็นอาการปกติ ให้รับประทานอาหารอ่อนๆ ย่อยง่ายๆ ๓ วัน และสวนล้างลำไส้ เช้า-เย็น ติดต่อกัน ๗ วัน จะทำให้สบายท้อง หลังจากนั้นค่อยรับประทานอาหารตามปกติ

          ภายหลังการล้างพิษเพียงครั้งเดียวจะสัมผัสได้ว่าร่างกายเบา สบายขึ้น อาการแน่น อึดอัดท้อง อาการเสียดชายโครงก็จะหายไป เรอและตดน้อยลง ระบบย่อยทำงานได้ดีขึ้น มีกำลังและสมองแจ่มใส จิตใจโล่งโปร่งสบาย แต่อาจปรากฎอยู่เพียงไม่กี่วันหลังการล้างพิษ และกลับมาไม่สบายตัวเหมือนเดิม นั่นหมายถึงว่า การล้างพิษครั้งแรกได้เอานิ่วที่อยู่ใกล้กับทางเปิดของท่อน้ำดีออกไปก่อน แล้วนิ่วที่อยู่สูงขึ้นก็เลื่อนตัวลงมาปิดท่อน้ำดีอีก ความอึดอัดจึงกลับมาใหม่

          การล้างพิษลำไส้ ตับ และถุงน้ำดีนั้นไม่ใช่การล้างเพียงแค่ครั้งเดียว ในคนทั่วไปควรทำอย่างน้อย ๖-๘ครั้ง หรืออาจทำได้เดือนละ ๑ครั้งสำหรับคนที่มีปัญหาสุขภาพมาก หรือล้างจนกว่าจะไม่พบนิ่วที่ขับออกมาเลยเป็นจำนวน ๒ ครั้งดิตต่อกัน ซึ่งหมายถึงท่อน้ำดี และตับปราศจากนิ่วแล้ว

 

การเตรียมของใช้ส่วนตัว

  1. ท่านที่จะค้างร่วมกันกรุณานำเครื่องนอน เช่น หมอน ผ้าห่ม หรือถุงนอนมาด้วย ในคืนที่ ๒ จะนอนเอื้อไออุ่นร่วมกัน แบ่งปันและดูแลซึ่งกันและกัน
  2. สวมใส่เสื้อผ้าที่ลุกนั่งได้สบาย หากต้องการเปลี่ยนเสื้อผ้าหรืออาบน้ำหลังออกกำลังกาย สามารถนำเสื้อผ้ามาเปลี่ยนด้วยได้
  3. ผ้าเช็ดตัวผืนเล็ก ๑-๒ ผืน
  4. สำหรับสุภาพสตรี เตรียมผ้าถุงมาด้วยค่ะสำหรับการทำกัวซา หรือป๋าก้วน

 

สนใจติดต่อ มูลนิธิหยดธรรม โทร. 053-044220 

 

 

 

มูลนิธิหยดธรรม ตู้ ปณ. 54 แม่ริม จ.เชียงใหม่ 50180 โทร. 053-044220 Dhammadrops Organization Mail Box 54 Maerim Chiangmai 50180 Tel. 053-044220
© Copyright 2009 www.dhammadrops.org : All rights and reserved